free
hit counter

บทสรุปของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2017/2018 โดย เปี๊ยกบางใหญ่

วันจันทร์ 14 พฤษภาคม 2561 (อ่าน 176 ครั้ง)

 

ในที่สุดก็จบลงไปเรียบร้อยแล้วสำหรับ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2017/2018 สำหรับ 38 นัดอันยาวนาน มีทั้งทีมที่สมหวังและผิดหวัง รวมถึงสถิติเกิดขึ้นมากมายในฤดูกาลนี้ เรามาลองดูกันว่าบทสรุปสุดท้ายแล้วที่สุดของพรีเมียร์ลีก มีอะไรบ้าง

 

1. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับการทำลายสถิติ

 

ต้องบอกว่าเป็นปีที่ยอดเยี่ยมสำหรับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การนำทีมของยอดกุนซืออย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า พวกเขาทำลายสถิติในพรีเมียร์ลีก ได้ถึง 7 สถิติด้วยกัน ดังนี้

– เป็นทีมแรกที่เก็บ 100 คะแนน

– ชนะ 32 นัด

– ชนะเกมเยือน 16 เกม

– เก็บชัยชนะเกมเยือนมากที่สุด 11 เกม

– เก็บชัยชนะ 18 นัดติดต่อกัน

– ยิงได้ 106 ประตู

– ผลต่างประตูได้เสียมากถึง 79 ประตู

– ห่างอันดับที่ 2 ถึง 19 คะแนน

– เสียประตูน้อยที่สุด 27 ประตู

– ผ่านบอลสำเร็จมากที่สุดในลีก 28,242 ครั้ง

– ได้คะแนนจากการออกไปเล่นเป็นทีมเยือนมากที่สุด 50 คะแนน

 

2. ซาลาห์ กวาดเรียบ

 

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกจอมถล่มประตูของ ลิเวอร์พูล กวาดรางวัลที่แจกให้กับนักเตะในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ไปคนเดียวไม่ได้แบ่งใคร ดังนี้

– นักเตะยอดเยี่ยม พีเอฟเอ

– นักเตะยอดเยี่ยม สมาคมผู้สื่อข่าว

– นักเตะยอดเยี่ยม ลิเวอร์พูล

– นักเตะยอดเยี่ยม พรีเมียร์ลีก

– ดาวซัลโว พรีเมียร์ลีก

 

3. ซาลาห์ กับการทำสถิติ

 

ยังคงอยู่กันที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แน่นอนว่ารางวัลที่เขาได้มาไม่ได้มาเพราะเคลมคนอื่น แต่ได้มาเพราะฝีเท้าล้วน ๆ จากการตะบันในลีกไปถึง 32 ประตู ส่งให้เขาทำลายสถิติได้ดังนี้

 

– นักเตะอียิปต์ที่ยิงมากสุดในพรีเมียร์ลีก และนักเตะอียิปต์คนแรกที่แฮตทริกในพรีเมียร์ลีก

– นักเตะคนแรกในพรีเมียร์ลีก ที่ได้รางวัล นักเตะยอดเยี่ยม พรีเมียร์ลีก ประจำเดือน 3 สมัย

– เป็นนักเตะพรีเมียร์ลีกที่ยิงด้วยเท้าซ้ายมากที่สุด

– ซัลโวให้ลิเวอร์พูลในฤดูกาลแรกไป 44 ประตูจาก 51 เกม

– เป็นนักเตะคนแรกที่ยิงได้ 32 ประตู ในพรีเมียร์ลีก 1 ฤดูกาล (38 เกม)

– นักเตะที่ยิงประตูมากสุดในประวัติศาสตร์สโมสรนับตั้งแต่เข้าสู่ยุคพรีเมียร์ลีก

– เป็นนักเตะแอฟริกาที่ยิงมากสุดในพรีเมียร์ลีก ทำลายสถิติเดิมของ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา

 

4. รวมสถิติน่าสนใจ

 

– ดาวซัลโว : โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล) 32 ประตู

– จอมแอสซิสต์ : เควิน เดอ บรอยน์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) 16 แอสซิสต์

– ช็อตยิงมากที่สุด : แฮร์รี่ เคน (ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์) 184 ช็อต

– แย่งบอลสำเร็จมากที่สุด : วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ (เลสเตอร์ ซิตี้) 138 ครั้ง

– คลีนชีตมากที่สุด : ดาบิด เด เกอา (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) 18 คลีนชีต คว้าถุงมือทองคำ

– เซฟมากที่สุด : แจ็ค บัตแลนด์ (สโต๊ค ซิตี้) 144 เซฟ

 

5. บทสรุปเส้นทางยุโรป

 

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม : แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, ลิเวอร์พูล

ยูฟ่า ยูโรป้าลีก รอบแบ่งกลุ่ม : เชลซี, อาร์เซน่อล

ยูฟ่า ยูโรป้าลีก รอบคัดเลือกรอบ 2 : เบิร์นลี่ย์

 

6. ตกชั้น-เลื่อนชั้น

 

ตกชั้น : สวอนซี ซิตี้, สโต๊ค ซิตี้, เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน

เลื่อนชั้น : วูล์ฟแฮมป์ตัน (แชมป์), คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้, แชมป์รอบเพลย์ออฟ (1 ใน 4 ทีม ฟูแล่ม, แอสตัน วิลล่า, มิดเดิ้ลสโบรช์, ดาร์บี้ เคาน์ตี้)

 

7. ปีแห่งการอำลา

 

สิ้นสุดการคุมทัพ 22 ปีกับ อาร์เซน่อล ของ อาร์แซน เวนเกอร์ ส่งท้ายพา ปืนใหญ่ ติดอันดับ 6 ได้ไป ยูฟ่า ยูโรป้าลีก อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าจบกับ ปืนใหญ่ ไม่สวยนักในฤดูกาลนี้ ด้วยฟอร์มการเล่นที่ไม่คงเส้นคงวา อย่างไรก็ตามนี่ก็คือตำนานยอดกุนซือของ อาร์เซน่อล ซึ่งยังไม่รู้ว่าในอนาคตใครจะมาสานต่องานของเขา เนื่องจากยังไม่มีการเปิดเผย และ อาร์เซน่อล จะเป็นเช่นไรต่อไป สาวกปืนใหญ่คงต้องติดตามกันต่อเนื่อง

 

8. ตลาดนักเตะพุ่งทะลุเพดาน

 

มีการทำลายสถิติในปี 2011 ที่ทำไว้ 225 ล้านปอนด์โดยขยับพุ่งสูงขึ้นเป็น 430 ล้านปอนด์ จากข้อมูลย้อนหลังเกี่ยวกับมูลค่าใช้จ่ายของทีมในพรีเมียร์ลีกเดือนมกราคม

– ปี 2011 อยู่ที่ 225 ล้านปอนด์

– ปี 2012 อยู่ที่ 60 ล้านปอนด์

– ปี 2013 อยู่ที่ 120 ล้านปอนด์

– ปี 2014 อยู่ที่ 130 ล้านปอนด์

– ปี 2015 อยู่ที่ 130 ล้านปอนด์

– ปี 2016 อยู่ที่ 175 ล้านปอนด์

– ปี 2017 อยู่ที่ 215 ล้านปอนด์

– ปี 2018 อยู่ที่ 430 ล้านปอนด์