WebAnalytics Made Easy - StatCounter
ดูบอลสด บอลออนไลน์ ผลบอลล่าสุด พร้อมบทวิเคราะห์ประจำวัน รวมทั้งไฮไลท์ฟุตบอลทุกคู่ ทุกลีค อัพเดทตลอด 24 ชั่วโมง!!

เปิดฟอร์มบู่ หลัง ซาลาห์ คว้าแข้งยอดเยี่ยม

วันเสาร์ 12 พฤษภาคม 2561 (อ่าน 110 ครั้ง)

 

เหล่าสาวก “เดอะ ค็อป” กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ยังต้องลุ้นจนถึงวันสุดท้าย สำหรับการลุ้นจบอันดับท็อปโฟร์ เพื่อไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แบบอัตโนมัติ ซีซั่นหน้า ภายหลังจาก ลิเวอร์พูล สะดุดขาตัวเองมาแล้วหลายต่อหลายนัด ปล่อยให้ เชลซี ขยับๆไล่ตามขึ้นมาหายใจรดต้นคอ

 

ส่วนผลงานจากเวที “ยูซีแอล” ก็เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศแบบเป่าปาก หลังบุกไปแพ้ อาแอส โรม่า 2-4 แต่ยังกินบุญเก่าผ่านเข้ารอบมาด้วยผลสกอร์รวม 2 นัด 7-6

 

หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ “หงส์แดง” ฟอร์มรูดลงไปอย่างน่าเหลือเชื่อ ก็คงมีส่วนมาจาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวยิงทีมชาติอียิปต์ แนวรุก “เดอะ แบก” ประจำทีม เพราะนับตั้งแต่ที่ ซาลาห์ คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี ของ พีเอฟเอ ถึงขั้นถูกยกให้มีโอกาสไปท้าชิงบัลลังค์ “บัลลง ดอร์” กับ ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จากนั้นผลงานที่เคยยอดเยี่ยม ก็ดับลงไปดื้อๆ

 

ฉะนั้นมาดูกันว่าตั้งแต่ ซาลาห์ รับรางวัลแข้งยอดเยี่ยม พีเอฟเอ ฟอร์มดรอปลงไปขนาดไหน

 

1. ไม่ยิงมาแล้ว 3 นัด

จากดาวซัลโวประจำศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซีซั่นนี้ ด้วยจำนวน 31 ลูก ขออีกเพียงตุงเดียวจะสร้างสถิติใหม่ทันที ทำให้เรื่องที่ ซาลาห์ คลำเป้าไม่เจอกลายเป็นของหายาก ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นซีซั่น ซาลาห์ เคยมีสถิติไม่ซัดประตูมา 3 นัดติดต่อกัน แต่อยู่ในฟอร์มที่ไม่พีคเท่าไหร่

 

จนกระทั่งล่าสุด ดาวยิงเลือด “มัมมี่” เท้าบอดมาแล้ว 3 นัด ติดต่อกันทุกรายการ ฉะนั้นหากนัดส่งท้ายฤดูกาล ที่จะเปิดถิ่นแอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ซาลาห์ ไม่มีชื่ออยู่บนสกอร์บอร์ด ก็จะทำสถิติไม่ซัดประตูให้ “หงส์แดง” 4 นัดติดต่อกัน แย่ที่สุดนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีม

 

2. บทบาทเกมรุก

อาจจะเป็นเพราะความเหนื่อยล้า หลังจากกรำศึกหนักมาอย่างเนิ่นนาน บวกกับต้องการทำอีก 1 ประตู เพื่อสร้างสถิติดาวซัลโวขึ้นมาใหม่ในศึก พรีเมียร์ลีก ทำให้ ซาลาห์ ได้ออกสตาร์ทตัวจริงมาแล้ว 7 นัดติดต่อกัน ทั้งๆที่ต้องลงเล่น 3 วัน ต่อ 1 แมตช์ แต่หากมองอีกมุมหนึ่งคือตัวสำรอง ลิเวอร์พูล ทดแทนกันไม่ได้

ซาลาห์ ก็คือมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ได้วิเศษเป็นหุ่นยนต์มาจากไหน มีฟอร์มตกให้เห็นเช่นกัน โดยเฉพาะเกมล่าสุดที่ ลิเวอร์พูล บุกไปแพ้ให้กับ เชลซี 0-1 ซาลาห์ แทบไม่มีโอกาสได้กระดิกตัว โดน อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ตามประกบเป็นเงา อย่าว่าแต่โอกาสง้างเท้ายิงเลย ขนาดหาพื้นที่ช่องว่างยังเป็นไปได้ยาก และเป็นอีกหนึ่งเกมบทบาทน้อยถึงน้อยที่สุด พร้อมกับโดนใบเหลืองแรกกับ “หงส์แดง” ในข้อหาพุ่งล้ม

 

3. เลี้ยงกินตัว

ซาลาห์ เป็นนักเตะที่มีความเร็วสูง สามารถกระชากหรือล็อคหลบคู่แข่งได้ตามใจสั่ง ซึ่งเขาทำมาให้เห็นอยู่ตลอดทั้งซีซั่น หากจะพูดให้ชัดเจนขึ้นมาหน่อย ก็คงเป็นเกมที่ “หงส์แดง” เปิดบ้านถล่ม อาแอส โรม่า 5-2 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เพราะเขาเลี้ยงเอง ซัดเอง หรือ แม้กระทั่งเลี้ยงกินตัวเปิดให้เพื่อนได้ทำประตู

 

แต่กระนั้นนับตั้งแต่เกมที่เสมอกับ สโต๊ค ซิตี้ จนกระทั่งมาพบกับ เชลซี ผมเองได้นั่งดูเต็ม 90 นาที ทั้ง 2 แมตช์ บอกเลยว่า ซาลาห์ แทบไม่ได้งัดจุดเด่นเหล่านั้นออกมาใช้ เพราะเมื่อบอลถึงตัว ซาลาห์ แทบไม่มีได้มีเวลาหายใจ โดยเกมที่แพ้ “สิงห์บลูส์” นั้น ดาวเตะรายนี้ไม่สามารถเลี้ยงหลบเอาชนะผู้เล่น เชลซี ได้เลย และที่สำคัญไม่สามารถเปิดลูกจากริมเส้นได้อีกด้วย

 

4. ปัจจัยเพื่อนร่วมทีม

จริงๆข้อนี้ไม่เกี่ยวกับผลงานและสถิติส่วนตัว ของ ซาลาห์ โดยตรง เพราะสาเหตุที่ทำให้เขาไม่อาจเปรี้ยงปร้างเหมือนแต่ก่อน ก็คือการขาดกองกลางสนับสนุน หรือ การคิลเลอร์พาส ให้ ซาลาห์ ใช้สปีดความเร็ววิ่งตัดแนวรับกองหลัง เพื่อหลุดไปทำประตู เพราะปัจจุบันมิดฟิลด์ ลิเวอร์พูล ที่หลงเหลืออยู่ ยังขาดจุดเด่นตรงนี้

 

ด้วยปัจจัยเรื่องอาการบาดเจ็บ ทั้ง เอ็มเร่ ชาน, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน และ อดัม ลัลลาน่า ทำให้ตัวจ่ายทะลุช่องไม่มี จะไปพึ่ง เจมส์ มิลเนอร์, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม หรือ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก็ไม่ใช่สไตล์อย่างที่ว่า ฉะนั้นช่วงหลัง ซาลาห์ ต้องลงมาล้วงเอง ชงเอง และ กินเอง ซึ่งมันก็ไม่สามารถทำได้แบบนั้นตลอดไป ฟอร์มจึงรูดลงไปอย่างที่เห็น