WebAnalytics Made Easy - StatCounter
ดูบอลสด บอลออนไลน์ ผลบอลล่าสุด พร้อมบทวิเคราะห์ประจำวัน รวมทั้งไฮไลท์ฟุตบอลทุกคู่ ทุกลีค อัพเดทตลอด 24 ชั่วโมง!!

5 เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ “เจมส์ มิลเนอร์” โดย Footyhero

วันศุกร์ 11 พฤษภาคม 2561 (อ่าน 77 ครั้ง)

 

สำหรับสาวกหงส์แดง ลิเวอร์พูล จากทั่วโลกแล้ว ณ เวลานี้เชื่อว่าไม่มีใครที่จะไม่รู้สึกรัก “ท่านรอง” เจมส์ มิลเนอร์ ชายผู้ยอมเป็นได้ทุกอย่างจากใจจริงเพียงเพื่อประโยชน์ของทีมคนนี้กันอีกแล้ว

 

ย้อนกลับไปในวันที่ มิดฟิลด์คนขยัน ตัดสินใจย้ายออกจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาซบปีกหงส์นั้น คอบอลส่วนมากคงคิดเอาไว้ในใจแล้วว่า อ่อ ก็น่าจะมาเป็นแค่อะไหล่ยามฉุกเฉินเท่านั้น ไม่มีอะไรมากกว่านี้ เพราะสมัยอยู่กับทีมเรือใบสีฟ้า บทบาทของเจ้าตัวก็มีอยู่แค่นั้นจริง ๆ

 

แต่ยิ่งเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ มิลเนอร์ ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าที่เคยบอกว่าชอบทีมนี้มานานนั้นเป็นความจริง เพราะเขาทุ่มเททำงานหนักทั้งทางร่างกายและจิตใจให้กับสโมสร จนถึงขนาดที่ว่าโดนถอยไปเป็นแบ็คซ้ายทั้งฤดูกาลยังทำมาแล้ว

 

วันนี้ มิลเนอร์ รับบทบาทสำคัญอย่าง “รองกัปตัน” ซึ่งสำหรับ เดอะ ค็อป คำนี้ ตำแหน่งนี้ มีค่ามากกว่านั้น เพราะมันเป็นดั่งสัญลักษณ์ของความจงรักภักดีที่นักเตะมีต่อทีม มันเป็นเจตนารมณ์ที่ถูกสืบทอดมาจากเจ้าของคนเก่าอย่าง ดาเนียล แอกเกอร์ ซึ่งตัวของพี่เจมส์เองก็ทดแทนได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องใด ๆ

 

แต่ถึงแม้เราจะรัก มิลเนอร์ กันมากเพียงใด แต่ก็เชื่อว่าน่าจะยังมีเรื่องราวอะไรต่าง ๆ เกี่ยวกับเขาที่ใครหลายคนไม่เคยรู้มาก่อน ลองเลื่อนลงไปดูแล้วถามตัวเองว่า นี่เอารู้จัก “ท่านรองคนขยัน” คนนี้กันครบทุกข้อจริง ๆ แล้วแน่หรือ !?

 

1. เป็นนักฬาตัวพ่อ “ระดับแชมเปียนส์”

 

อย่างที่เห็นกันมาตลอดสำหรับ มิลเนอร์ คนนี้ เพราะหากใครสังเกตก็จะเห็นได้ไม่ยากว่า “หน่วยก้าน” ของเขานั้นดูดีผิดกับนักฟุตบอลคนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นฟอร์มการวางตำแหน่งร่างกาย ท่าทางการเคลื่อนไหว และมัดกล้ามอันสมบูรณ์แบบนั้น

 

ทุกสิ่งอย่างบ่งบอกชัดเจนว่าเขาคือนักกีฬาตัวฉกาจที่ไม่น่าจะเก่งแค่ฟุตบอลอย่างเดียวเสียแล้ว ซึ่งก็เป็นความจริงดั่งที่ว่า เพราะเมื่อไปสืบเสาะค้นหาประวัติเก่า ๆ ดู ก็จะพบว่า เจมส์ มิลเนอร์ นั้นมีความสามารถทางด้านกีฬาสูงมากจนอยู่ในระดับที่เพื่อน ๆ สมัยเรียนเรียกว่า “โคตรเก่ง” ไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอล, คริกเก็ต, วิ่งระยะไกล, วิ่งระยะใกล้ พี่เค้าอยู่ในระดับที่เหนือชาวบ้านมาโดยตลอด

 

โดยสมัยเรียนนั้น มิลเนอร์ เป็นเซียน คริกเก็ต ผู้ยืนตำแหน่ง วิคเก็ต-คีปเปอร์ ที่เก่งกาจสุดเหนือใครในทุกรุ่น แถมยังเป็นแชมป์เจ้าของเหรียญทองการวิ่งระยะไกลข้ามประเทศในรุ่นอายุเดียวกัน รวมถึงวิ่งสปีดระยะกลางอีกด้วย

 

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่เจ้าตัวชื่นชอบในกีฬาฟุตบอลมากที่สุด ภายหลังจึงตัดใจเลิกเล่นอย่างอื่นแล้วมุ่งมั่นโฟกัสเพื่อเอาดีทางด้านเกมลูกหนังอย่างเดียว จนมีโอกาสได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ อคาเดมีจากทีม ลีดส์ ยูไนเต็ด สำเร็จ

 

2. ไม่ดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด

 

สำหรับฝรั่งมังค่าแทบทุกคนบนโลกใบนี้ การดื่มเบียร์, วิสกี้ หรือ ว้อดก้า นั้นเรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่ส่วนมากจะทำตาม ๆ กันมาอย่างเป็นธรรมชาติตั้งแต่เกิด จนดื่มกันเป็นปกติไม่ต้องให้ถึงวาระพิเศษอะไร

 

แต่สำหรับ เจมส์ มิลเนอร์ แล้วเขาไม่คิดที่จะหยิบเอาเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เหล่านี้เข้าปากตัวเองเลยแม้แต่น้อย ซึ่งน่าจะมีหลายปัจจัยที่ทำให้ตั้งจุดยืนเพื่อตัวเองอย่างนี้ อาทิ การรักษาสุขภาพ รวมถึงเรื่องของอารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้หากเกิดเมาขึ้นมา

 

อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวเปิดเผยเอาไว้เหมือนกันว่าในอดีตเคยดื่มไซเดอร์ผสมแอลกอออล์ของลุงแถวบ้านมาบ้างเหมือนกัน แต่ก็แค่ชิม ๆ เท่านั้น ซึ่งพอรู้แล้วก็เลยตัดสินใจได้ว่าไม่ควรกินพวกมันอีกต่อไป

 

“ตอนเด็ก ๆ ผมเคยลองดื่ม สตรองโบว์ ของลุงแถวบ้านมาบ้างเหมือนกันนะ (หัวเราะ)” มิลเนอร์ กล่าว

 

“แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ดื่มอีกเลย แม้แต่ตอนที่ย้ายเข้ามาอยู่กับ ลีดส์ ใหม่ ๆ ซึ่งเป็นสังคมของผู้ใหญ่ครั้งแรก คนอื่น ๆ ในทีมดื่มกันหมด แต่ผมต้องหักห้ามใจอย่างมาก เพราะไม่อยากผิดคำพูดที่เคยให้ไว้กับตัวเอง”

 

“ยิ่งในวันแรกที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดใหญ่เต็มตัว เทอร์รี เวนาเบิล พาลูกทีมทั้งหมดไปปาร์ตี้ร่วมกัน แต่ผมต้องปฏิเสธ เนื่องจากยังเด็ก แถมทุกคนก็มีชื่อเสียงมากด้วย ณ เวลานั้น หากมีภาพเด็กอายุ 16 ขวบอย่างผมกระดกเหล้าเข้าปากล่ะก็เป็นเรื่องแน่”

 

3. เมื่อ ดานี อัลเวส พูดถึง เจมส์ มิลเนอร์

 

อย่างที่คอลูกหนังทุกคนรู้กันดีอยู่แล้ว “ดานี อัลเวส” แบ็คขวาชาวบราซิล ที่ปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง นั้น คือคนที่ถูกยกย่องว่าเป็นที่สุดของโลกบนตำแหน่งที่เจ้าตัวเล่นอยู่ ฉะนั้นคงไม่ต้องสาธยายถึงความเก่งและความยิ่งใหญ่กันให้มากความอีกแล้ว

 

ที่สำคัญคือ นักเตะระดับเขาที่ผ่านเวทีใหญ่ระดับโหด ๆ มากมายกับทั้ง บาร์เซโลนา และทีมชาติบราซิล ย่อมต้องเจอกับคู่แข่งโหดหินมาไม่น้อยทั้ง คริสเตียโน โรนัลโด, แกเร็ธ เบล, อาร์เยน ร็อบเบน ฯลฯ แต่พอถามว่า ใครคือผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่คุณต้องยอมซูฮกว่ารับมือด้วยยากสุด

 

แน่นอน คำตอบของเขาก็คือ “เจมส์ มิลเนอร์” ในสมัยที่ยังค้าแข้งอยู่กับ แมนฯ ซิตี้  นั่นเอง

 

“ผมเคยปะทะกับคู่แข่งที่เก่ง ๆ ระดับโลกมาเยอะแล้ว แต่ต้องยอมรับเลยว่า เจมส์ มิลเนอร์ คือคนที่กวนใจผมได้มากที่สุด” อัลเวส กล่าวอย่างขึงขัง

 

“ไม่ว่าผมจะเดินเกมขึ้นหน้า หรือถอยลงมาตั้งรับ ก็จะเห็นเขาโผล่มาคอยจู้จี้จุกจิกประกบติดอะไรไม่รู้จะขนาดนั้นตลอดเวลา บางทีจู่ ๆ ก็เอาบอลมาบุกเข้าใส่ เดี๋ยว ๆ หายไปตั้งรับตามประกบผมอีกละ แล้วมันก็วนเวียนอยู่แบบนี้ไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่เริ่มยันจบเกมโน่นเลย”

 

4. ไอดอลในดวงใจ

 

เห็น มิลเนอร์ เล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางที่มีพลังล้นเหลือแล้วเล่นได้หลายตำแหน่งแบบนี้ คงมีแฟน ๆ ไม่น้อยที่แอบคิดไปก่อนแล้วว่า ไอดอล ของท่านรองน่าจะเป็น สตีเวน เจอร์ราร์ด แหงแซะ แต่บอกก่อนเลยว่า “แต๊ง!” ผิดจ้า

 

เพราะนักฟุตบอลที่อยู่ในดวงใจของ มิลเนอร์ แถมยังเป็นแบบอย่างให้ก้าวเดินตามแผ่นหลังบนเส้นทางอันยาวไกลของโลกแห่งฟุตบอลนี้ก็คือรุ่นพี่ในทีม ลีดส์ ยูไนเต็ด อย่าง อลัน สมิธ นั่นเอง

 

มิลเนอร์ เติมโตขึ้นมาโดยการเห็น สมิธ มาตั้งแต่เขายังเป็นแข้งเยาวชน พอได้ขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่จึงได้เรียนรู้สิ่งสำคัญหลาย ๆ อย่างจากรุ่นพี่คนนี้ เรียกได้ว่าเป็นทั้งไอดอล ทั้งครู ทั้งพี่เลี้ยงเด็กไปในเวลาเดียวกันเลยล่ะ แหม่ !

 

5. ให้ มิลเนอร์ พูดถึงตัวเอง

 

ฟังเรื่องราวที่เป็นเกร็ด เป็นประเด็นสำคัญ ๆ ของ ท่านรองหงส์แดง กันมาเยอะแล้ว คราวนี้ขอเป็นอะไรที่มันผ่อนคลาย ๆ บ้าง โดยเราจะให้ มิลเนอร์ พูดถึงตัวเองแบบสั้น ๆ จากโจทย์ที่จะมอบให้ต่อไปนี้ เอ้า ! 1-2-3 เริ่ม !

 

จุดแข็งของ เจมส์ มิลเนอร์ : มีความรับผิดชอบสูง, มีวินัย, ควบคุมตัวเองได้อยู่หมัด, และมีศักยภาพแฝงสูงมากพอจะเป็นผู้จัดการทีมได้ในอนาคต

 

จุดอ่อนของ เจมส์ มิลเนอร์ : บางครั้งก็ชอบโม้ว่ารู้ทุกเรื่อง, ไม่ค่อยยอมยกโทษให้คนอื่น, ถ่อมตัวมากเกินไป

 

สิ่งที่ เจมส์ มิลเนอร์ ชอบ : ครอบครัว, วัฒนธรรม, ดนตรี, เข้าใจ, การไม่เป็นจุดเด่น, ความสามารถในการประดิษฐ์

 

สิ่งที่ เจมส์ มิลเนอร์ ไม่ชอบ : การทำท่าทางเลียนแบบกิ้งก่าคาเมเลียน, การตื่นเร็ว ๆ ในวันหยุด, นิสัยที่รู้สึกไม่ชอบอะไรก็ได้ โดยที่ไม่ต้องมีเหตุผลมากำกับ