WebAnalytics Made Easy - StatCounter
ดูบอลสด บอลออนไลน์ ผลบอลล่าสุด พร้อมบทวิเคราะห์ประจำวัน รวมทั้งไฮไลท์ฟุตบอลทุกคู่ ทุกลีค อัพเดทตลอด 24 ชั่วโมง!!

9 เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ “เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน” by Footyhero

วันพฤหัส 10 พฤษภาคม 2561 (อ่าน 38 ครั้ง)

 

สำหรับโลกแห่งฟุตบอล หากถามว่าใครคือผู้จัดการทีมที่ยิ่งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ แน่นอนว่าร้อยทั้งร้อยต้องตอบ “เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน” สุดยอดบรมกุนซือของทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คนนี้นี่เอง

 

ป๋าเฟอร์กี้ เป็นคนที่เข้ามาเปิดประตูสู่ยุคสมัยแห่งความยิ่งใหญ่ให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยใช้เวลานานถึง 7 ฤดูกาลเพื่อคว้าแชมป์ลีกสมัยแรก จนกระทั่งทีมกลายเป็นมหาอำนาจแห่งเกาะอังกฤษมาจนถึงปัจจุบัน

 

วันนี้ ท่านเซอร์ ของเรามีอาการเจ็บป่วยเลือดออกในสมองจนต้องเข้ารับการผ่าตัดครั้งใหญ่ จนสร้างปรากฏการณ์ให้คนในวงการฟุตบอลออกมาอวยพรให้ป๋าของเราหายดีกลับมาแข็งแรงอย่างพร้อมเพรียงกันทั่วทั้งโลก

 

ล่าสุดข่าวจากอังกฤษรายงานว่า เซอร์อเล็กซ์ เริ่มรู้สึกตัวแล้วหลังการผ่าตัดผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ซึ่งเชื่อว่าคงจะกลับบ้านมาใช้ชีวิตตามปกติในเร็ววัน แต่ไหน ๆ ก็พูดถึงป๋ากันแล้ว มาดูหน่อยว่ามีเรื่องอะไรที่เราไม่เคยรู้เกี่ยวกับยอดกุนซือผู้ยิ่งใหญ่คนนี้บ้าง !

 

1. ไม่ใช่กุนซือน้ำเมาคนแรกของ ยูไนเต็ด

 

ด้วยความที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ใช้เวลาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นานถึง 27 ปี ทำให้เราแทบไม่เคยสนใจเลยว่า ใครเคยคุมทัพปีศาจแดงมาก่อนบ้าง

 

ป๋าเฟอร์กี้ เป็นกุนซือชาวสก็อตแลนด์ คนที่ 4 ในประวัติศาสตร์สโมสรต่อจาก สก็อตต์ ดันแคน อดีตนักเตะระดับตำนานของ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส, เซอร์ แมตต์ บัสบี้ อดีตแข้งดังในตำแหน่งวิงฮาล์ฟของ แมนฯ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล, ทอมมี โดเชรี อดีตนักเตะ เปรสตัน นอร์ทเอนด์, อาร์เซนอล, เชลซี

 

2. คว้าแชมป์มากมายกับ อาเบอร์ดีน

 

อย่างที่บอกไปแล้วก่อนหน้านี้ว่า กว่าที่ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะพา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษได้ครั้งแรกนั้นต้องใช้เวลาปั้นทีมนานถึง 7 ฤดูกาล

 

และด้วยความที่เป็นเช่นนั้น หลาย ๆ คนเลยนึกว่า ท่านเซอร์ เป็นกุนซือที่ไม่มีผลงานอะไรเลยมาก่อนหน้านั้น แต่ความจริงแล้วต้องบอกว่าตรงกันข้าม เพราะสมัยป๋าคุม อาเบอร์ดีน ในลีกสก็อตต์ เคยคว้าถ้วยแชมป์รายการหลัก ๆ มาแล้วถึง 10 ใบ โดยมีทีเด็ดคือ แชมป์ลีก 3 สมัย, ลีกคัพ 3 สมัย พ่วงด้วยรายการสำคัญของยุโรปอย่าง คัพ วินเนอร์ส คัพ อีก 1 สมัย

 

3. เหตุผลที่ลาออกจากการคุมทีมชาติ

 

เชื่อว่าคงเคยมีคนสงสัยกันมาแล้วบ้างว่าทำไม เซอร์อเล็กซ์ ถึงไม่คิดที่จะไปคุมทีมชาติสก็อตแลนด์บ้าง เพราะเชื่อว่าทางสมาพันธ์ฟุตบอลคงเคยติดต่อมาแน่ ๆ

 

แต่เอาจริง ๆ แล้ว ท่านเซอร์แกเคยคุมทีมชาติสก็อตแลนด์มาแล้วเหมือนกัน โดยเป็นช่วงเวลา 1 ปีก่อนรับงานกับ แมนฯ ยูไนเต็ด นี่แหละ ส่วนเหตุผลที่ลาออกก็เป็นเพราะป๋ามองว่าตัวเองยังอายุน้อยเกินไปจะแบกรับความหวังของคนทั้งชาติเอาไว้ได้นั่นเอง

 

4. เป็นนักเขียนฝีมือดี

 

นอกจากจะทำงานเป็นกุนซือทีมฟุตบอลจนประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่แล้ว ท่านเซอร์ของเราก็ยังมีงานอื่น ๆ ที่ชอบทำอย่างการเป็น “นักเขียน” อยู่เหมือนกัน

 

แน่นอนว่าหนังสือของ เซอร์ อเล็กซ์ ที่คนทั้งโลกรู้จักกันเป็นอย่างดีก็คือ “อัตถชีวประวัติ” ซึ่งถูกวางขายหลังจากพาทีม แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นมหาอำนาจได้แล้ว แต่นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งเล่มที่ถูกเขียนถูกกลั่นออกมาจากตัวตนของเขาตั้งแต่สมัยอยู่กับ อาเบอร์ดีน โดยใช้ชื่อหน้าปกว่า “A Light in the North” และถูกปล่อยออกมาขายในปี 1985 นั่นเอง

 

5. ชัยชนะครั้งแรกในฐานะกุนซือผี

 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกสตาร์ทฤดูกาล 1986-87 โดยมี รอน แอทกินสัน เป็นผู้จัดการทีม แต่ด้วยผลงานสุดห่วยที่เอาชนะได้แค่ 3 นัด แต่เสมอ 4 และแพ้ไป 6 จาก 13 เกมแรก ทำให้เขาถูกปลดจากตำแหน่งกลางอากาศ โดยมี อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เข้ามารับเผือกร้อนต่อทันที

 

อย่างไรก็ตาม เกมแรกของ เฟอร์กี้ นั้นเขาพาทีมบุกไปโดน อ็อกซ์ฟอร์ด รับน้องด้วยสกอร์ 2-0 ต่อด้วยเสมอ นอริช ในฐานะอาคันตุกะจนแฟน ๆ เริ่มหนาว ๆ ร้อน ๆ แต่แล้วกุนซือชาวสก็อตต์ก็ควานหาชัยชนะเจอได้ในนัดที่ 3 ซึ่งเปิดบ้านเฉือน ควีนสพาร์ค เรนเจอร์ส 1-0 จากการยิงของ จอห์น ซีฟแบค กองหลังชาวเดนมาร์กนั่นเอง

 

6. พูดถึง วิคตอเรีย เบ็คแฮม

 

ความสัมพันธ์ของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กับลูกศิษย์ก้นหม้ออย่าง เดวิด เบ็คแฮม นั้นเป็นอะไรที่เรารู้กันดีว่าเหนียวแน่นสุด ๆ เพราะทั้งคู่อยู่ด้วยกันมานานหลายปีในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ตั้งแต่ปีกเท้าชั่งทองยังเด็ก ๆ โน่นเลย

 

แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เพราะพวกเขาเริ่มบาดหมางไม่ลงรอยกัน จนกระทั่งมีเหตุการณ์สตั๊ดบิน จนส่งผลให้ เบ็คแฮม ตัดสินใจย้ายจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ไปอยู่กับ เรอัล มาดริด ในที่สุด ซึ่ง เซอร์อเล็กซ์ ได้พูดถึงจุดเริ่มต้นของรอยร้าวกับลูกรักของตัวเองว่าเป็นเพราะ “วิคตอเรีย” ภรรยาสุดสวยของคุณพ่อเบ็คนั่นเอง

 

“เดวิด เป็นเด็กหนุ่มที่มีรอยยิ้มน่ารักมากที่สุด เขาเก่งและมุ่งมั่นตั้งใจจะก้าวขึ้นเป็นยอดนักเตะของโลก แต่สุดท้ายก็ไปได้ไม่สุดเพราะภรรยาไม่สนับสนุนเต็มที่นี่แหละ” ป๋ากี้ กล่าว

 

“ชีวิตของ เดวิด เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิงหลังจากที่แต่งงานกับผู้หญิงจากวง สไปซ์เกิร์ล เขาไม่โฟกัสกับฟุตบอลอีกต่อไป กลายเป็นเซเลบในแวดวงไฮโซ ออกสื่อในฐานะคนของวงการบันเทิง แต่ชีวิตของผมมันคือฟุตบอลเท่านั้นไง มนุษย์ฟุตบอลตัวจริงเสียงจริงเลยล่ะคุณเอ๋ย”

 

7. พลาดการคุมทีม แมนฯ ยูไนเต็ด 3 นัด

 

หากถามเด็กผีว่า จำกันได้ไหม เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยพลาดการคุมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบที่ไม่ใช่การโดนแบนแล้ว มีทั้งหมดกี่นัด ? (ก็เฉลยไปแล้วไงว่า 3 นัด !!)

 

อย่างไรก็ตาม ในโลกแห่งฟุตบอลนี้ เราแทบนึกกันไม่ออกเลยว่า มีกุนซือคนไหนบ้างที่เคยไม่มาคุมทีมอยู่ข้างสนามในวันแข่ง เอาจริง ๆ คือมันแทบเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

 

แต่ เซอร์อเล็กซ์ ของเรานั้นมีอยู่ 3 เกมที่ไม่คุมทีมโดยมีเหตุผลที่ฟังขึ้นคือ ครั้งแรกต้องไปร่วมงานแต่งงานของลูกชาย ครั้งที่ 2 ไปงานศพน้องชายของภรรยา และครั้งที่ 3 คือการบินไปสเปนเพื่อดูฟอร์มของ ดาบิด เด เคอา นายทวารแอตเลติโก มาดริด พร้อม ๆ กับสังเกตการณ์คู่แข่งอย่าง บาเลนเซีย ที่จะต้องดวลแข้งกันในศึก UCL นั่นเอง

 

8. โดนแบนไม่ให้คุมทีม 17 ครั้ง

 

ข้อก่อนหน้าพูดถึงการพลาดคุมทีมด้วยสาเหตุส่วนตัว แต่มาอันนี้จะพูดถึงเรื่องการโดนแบนไม่ให้ยืนคุมทีมอยู่เส้นข้างสนามกันตรง ๆ เลย

 

และอย่างที่รู้กันดี เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เป็นกุนซือตัวห้าวเป้งที่ไม่เคยยอมใคร และเขาก็ถูกแบนจากการโวยวายใส่ทีมผู้ตัดสินทั้งจากเส้นข้างสนาม และตอนแถลงข่าวไปมากถึง 17 ครั้งเลยทีเดียว

 

9. คว้าถ้วยแชมป์ 50 ใบได้ในฐานะกุนซือ

 

คำว่า “บรมกุนซือ” ที่สื่อไทยมองให้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นั้นบอกเลยว่าไม่ใช่ใครก็ถูกเรียกได้ แต่เป็นเพราะชายคนนี้ประสบความสำเร็จคว้าถ้วยแชมป์หลัก ๆ มาได้ครบทุกรายการแบบที่ไม่มีใครสามารถทำได้มาก่อน

 

โดยถ้วยแชมป์ทั้ง 50 ใบที่ท่านเซอร์เคยชูมานั้นแบ่งเป็นตอนอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด 38 รายการ, อาเบอร์ดีน 11 ใบ และเซนต์ เมียร์เรน อีก 1 ใบ