free
hit counter

“ทีมเหนือดวง” ย้อนรอย 4 เหตุการณ์ช่วยเซฟแต้มสำคัญให้กับหงส์แดงใน 14 นัดที่ผ่านมา

วันพุธ 5 ธันวาคม 2561 (อ่าน 1,350 ครั้ง)

 

ประตูที่ ดิว็อค โอริกี โหม่งได้ในเกมเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ล่าสุด ถือเป็นประะตูชัยหลังนาทีที่ 90 ครั้งที่ 5 ที่ ลิเวอร์พูล ยิงใส่เวอร์ตันได้ จนกลายเป็นสถิติสูงสุดในพรีเมียร์ลีกไปแล้ว เหนือสิ่งอื่นใด ประตูนี้ช่วยเซฟ 2 แต้มให้กับหงส์แดง แทนที่ถ้าเสมอพวกเราจะตามหลังแมนซิตี้ถึง 4 แต้ม กลายเป็นตามหลังแค่ 2 แต้มเท่าเดิม

แต่ขอบอกว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกในฤดูกาลนี้ที่มันเกิดเหตุการณ์ประหลาด เหตุการณ์น่าเหลือเชื่อ ที่ไม่ต้องการคำอธิบายใด ๆ หรือเก่งแล้วแต่ยังเฮงอีก อะไรทำนองนี้ขึ้นกับพวกเราหงส์แดงด้วย วันนี้ผมจะพาย้อนกลับไปดูเหตุการณ์สำคัญที่ช่วยเซฟแต้มให้หงส์แดงได้ถึง 10 แต้มด้วยกันนะครับ

1 ไม่เสียจุดโทษเกมเยือนสเปอร์ส

หากยังจำกันได้ หลังจากหงส์แดงนำไปก่อน 2-0 สเปอร์สก็มาตีไข่แตกได้ไล่มาเป็น 1-2 สเปร์สโหมบุกหนักใส่เรา แบบพายุบุแคมมันมีจังหวะหนึ่งที่ซอน เฮืองมิน ดูเหมือนจะถูกทำฟาลว์ในเขตโทษ

ซึ่งหากดูจากภาพช้าก็ต้องบอกว่า 99%  แต่ผู้ตัดสินไม่ได้เป่าให้เป็นจุดโทษ ซึ่งก็พอเข้าใจได้ว่าเหตุการณ์มันเกิดเร็วมาก กรรมการมีเวลาตัดสินเพียงไม่กี่อึดใจ แต่จากการรอดไม่เสียจุดโทษจังหวะนั้นหงส์แดงก็รอดจากการถูกตีเสมอ รักษา 2 แต้มสำคัญไว้ได้

2 ลูกยิงสเตอร์ริจด์

ตอนรอดจุดโทษครั้งนั้นยังไม่มีใครคิดว่าหงส์แดงจะมากับดวง หรือเฮงอะไรมาก แต่หลังจากนั้นก็เริ่มชัดเจนขึ้นตามลำดับครับ และลูกยิงของสเตอร์ริจด์ในเกมตีเสมอเชลซีได้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งลูกที่ช่วยให้หงส์แดงได้ 1 แต้ม แทนที่จะได้ 0 แต้ม

นัดนั้นเชลซีวางแผนมาดี ต่อบอลกันแม่นยำ ทำให้หงส์แดงไล่บอลไม่จน และเป็นฝ่ายเดินหน้าบุกใส่หงส์แดง จนชิงจังหวะขึ้นนำก่อนได้สำเร็จ และสามารถครองเกมได้ตลอดจนใกล้จะหมดเวลาอยู่แล้วในไม่กี่อึดใจ

ทันใดนั้นคล๊อปป์ก็ส่งสเตอร์ริจด์ลงมา และทันใดนั้นในเวลาเพียงไม่ถึง 3 นาทีในสนาม สเตอร์ริดจ์ ก็ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ จับแต่งหนึ่งจังหวะแล้วตะบันเต็มข้อ ลูกบอลพุ่งแหวกอากาศเสียบสามเหลี่ยม หมดสิทธิ์ที่เกปา จะบินปัดได้

3 รอดจากจุดโทษของแมนซิตี้

เป็นเกมที่ถือว่าผิดคาดพอสมควร เพราะแมนซิตี้ ไม่ได้วางแผนมาบุก แต่วางแผนมาขอแค่ไม่แพ้ พลางพวกเขาก็เล่นด้วยความรัดกุมระดับ 10 ดาวแบบที่ไม่เคยเห็นแป๊บเล่นมาก่อน ทำให้หงส์แดงไม่มีช่องจะบุกทำประตูเลยตลอดเกม

โชคร้ายของหงส์แดง ขณะที่ยังเสมอกันอยู่ 0-0 ลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็มาได้จุดโทษในช่วงท้ายเกม คือถ้ายิงเข้าหงส์ก็จะแพ้นัดแรก และจะถูกแมนซิตี้ทิ้งห่างครั้งแรก

แต่แทนที่จะเป็นเฆซุส ที่มีสถิติยิงจุดโทษได้ดี และเป็นมือวางอันดับสองเมื่อกุนไม่อยู่ในสนาม กลับเป็นริยาด มาห์เรซ ดาวเตะผู้มีสถิติในการสังหารจุดโทษไม่ดีเลย พลาดถึง 5 ครั้งก่อนหน้านั้น เดินมาขอบอลไปยิงเอง

เด็กหงส์คงเอามือกุมหน้า กุมหัวรอโดนล้อแล้ว แต่ ริยาด มาห์เรซ วิ่งเข้ามาหวดตูมเดียวลูกพุ่งทะยานไปไกลชนิดไม่ได้ลุ้นอะไรเลย  ลิเวอร์พูลจึงแคล้วคลาดจากความปราชัยได้อย่างหวุดหวิดอีกครั้งและรักษา 2 แต้มที่ควรจะเสียเปลี่ยนมาได้ 1 แต้ม
 

หากรวมกับนัดที่เอาชนะเอฟเวอร์ตันได้ ก็เท่ากับว่าหงส์แดงสามารถเซฟแต้มได้ถึง 10 แต้มจากเหตุการณ์เหล่านั้น เพราะถ้าลิเวอร์พูล เสมอ สเปอร์ส, แพ้เชลซี, แพ้แมนฯ ซิตี้ และ เสมอเอฟเวอร์ตัน พวกเขาจำทำหล่นหายไปทั้งหมด 6 แต้ม และไหนจะต้องบวกเพิ่มให้แมนฯ ซิตี้ อีก 2 แต้มในเกมที่เจอกันโดยตรง และเมื่อบวกกับของเดิมที่เราตามหลังอยู่ 2 แต้ม เท่ากับตามหลังถึง 10 แต้มเลยทีเดียว

เรียกว่าหากตามหลังถึง 10 แต้มหงส์แดงคงจะอยู่ที่ 5-6 ในตอนนี้ และคงหมดลุ้นแชมป์ไปแล้ว

ต้องเก่งด้วย ดวงถึงจะช่วย

สุภาษิตที่ว่า ต้องช่วยตัวเองก่อน พระเจ้าถึงจะช่วยคุณ ถือว่าอธิบายเบื้องหลังของปรากฏการณ์นี้ได้ดีเลยครับ คงไม่มีทีมไหนจะพึ่งดวงจนเป็นแชมป์ และเอาเข้าจริง หากทีมนั้นไม่มีความสามารถหรือความพยายาม เทพและเทพีแห่งโชคก็ช่วยอะไรไม่ได้

การส่งสเตอร์ริจด์ลงมาในช่วงท้ายเกม และยิงได้ส่วนหนึ่งก็มาจากการไม่ยอมแพ้ของคล๊อปป์และความพยายามของสเตอร์ริจด์ด้วย ส่วนลูกฟรีคิกนัดล่าสุด หากย้อนไปดู มีจุดที่ต้องชื่นชมหงส์แดงอยู่สองจังหวะ

อันดับแรกคือมันเป็นฟรีคิกที่อยู่ในแดนของหงส์แดง ซึ่งถือว่าไกลพอสมควร และแทนที่อาร์โนล์ดจะหวดตูมเดียวไปข้างหน้า อลีสซง เบ็คเกอร์ กลับขึ้นมาเล่นลูกสั้น เขี่ยกินแดนไปข้างหน้าให้อารโนล์ด ลากบอลไปเปิดในแดนของเอฟเวอร์ตัน ซึ่งร่นระยะทางให้สั้นลงจนช่วยให้มีความความแม่นยำมากขึ้น

อีกจังหวะคือ หลังจากที่ฟานไดจ์คเตะบอลวืด แล้วบอลลอยโด่ง นักเตะคนอื่นทำท่าสิ้นหวัง กำลังก้มหน้าก้มตา แต่โอริกี ที่ยืนอยู่หน้าประตู กับมัสมาธิไปที่ลูกฟุตบอล และวิ่งตามไปกดดันฟิกฟอร์ด

แม้แต่สเตอร์ริจด์ที่ทำท่าจะวิ่งเข้าไป เมื่อเห็นบอลทำท่าจะออก เขาก็หยุดแล้วทำท่าจะถอยหลังกลับ ผมมั่นใจว่าต่อให้เป็น ซาลาห์ มาเน่ หรือฟีร์มิโน่ ในจังหวะนั้น ก็อาจถอดใจหันหลังกลับไปแล้วก็ได้

ดังนั้นจะบอกว่าเป็นเรื่องโชคอย่างเดียวคงไม่ใช่ แต่จะบอกว่าเป็นเรื่องของความสามารถล้วน ๆ ผมเองก็พูดได้ไม่เต็มปากเท่าไหร่ครับ

เนื้อหาจาก  lifeiscolon.com/2018/12/05/liverpool-good-luck-845/