free
hit counter

“พ่อของเด็กหงส์” ย้อนรำลึกแชงลีย์ผู้วางรากฐานสำคัญให้กับลิเวอร์พุล

วันพุธ 5 ธันวาคม 2561 (อ่าน 240 ครั้ง)

 

ถ้าจะกล่าวถึงใครสักคน ที่เป็นประหนึ่ง “พ่อผู้บุกเบิก ถากถางลิเวอร์พูล” จนมีรากฐานที่มั่นคง อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ได้ ใครคนจะนั้นก็ดูเหมือนจะหนีไม่พ้น ผู้ชายที่ชื่อ วิลเลี่ยม บิล แชงลีย์ 

วิลเลี่ยม แชงลีย์ คือ ‘พ่อผู้วางรากฐาน’ ให้กับลิเวอร์พูลอย่างแท้จริง กล่าวกันว่าในสมัยที่ แชงลีย์ เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมใหม่ๆ สภาพสนามซ้อมของลิเวอร์พูล เลวร้ายถึงขนาดที่ว่า
 

นักเตะต้องย้ายไปซ้อมกันทีแอนฟิวด์ เพราะที่เมลวู้ดนั้นเต็มไปด้วยต้นหญ้าที่รกจนเกินเยียวยาและมีก้อกน้ำเพียงแค่จุดเดียว !

วิลเลี่ยม บิล แชงลี่ย์

แต่แชงลีย์ก็ลงมือสร้างมัน เขายืนยันว่าสนามซ้อมกับสนามแข่งต้องเป็นคนละที่ นอกจากสนามซ้อมที่เขายืนยันว่าจะต้องแยกต่างหากจากสนามแข่งแล้ว

ผู้ชายคนนี้ยังนำเอาระบบโภชนาการ วิธีการทางฟิตเน็ต ระบบการซ้อมแบบบอลโต๊ะเล็ก (เล่นฝั่งละ 5 คน) และวิธีการวอร์มอัพเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บในเวลาแข่งขัน เข้ามาสู่สโมสรอีกด้วย
 

แม้ว่า สิ่งต่างๆ ที่แชงลีย์ นำเข้ามาสู่ลิเวอร์พูลจะดูเป็นเรื่อง ‘เบสิคโคตรๆ’ ในสโมสรฟุตบอลยุคปัจจุบัน แต่อย่าลืมนะครับว่าปีที่แชงลีย์รับหน้าที่คุมทีม มันคือปี ค.ศ. 1959 หรือประมาณ 60 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นยุคสมัยที่ผู้จัดการทีมต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง

นั่นหมายความว่า เขาเป็นทั้งหัวหน้าฝ่ายฟิตเนต โภชณาการและคิดค้นระบบการซ้อมทั้งหมด ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องนำสิ่งเหล่านี้เข้ามาสู่ลิเวอร์พูลก็ได้ เพราะสมัยนั้น ยังไม่มีสโมสรไหนทำแบบที่แชงลีย์ทำกันหรอก

แต่แชงลีย์ก็ยังดึงดันจะทำ และเขาก็สละ…หลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตไปพอสมควร เพื่อทีมๆ เดียว…ลิเวอร์พูล

ชีวิตคู่ที่บิลสละให้ลิเวอร์พูล

ตลอดเวลาที่แชงลีย์คุมทีมและทำทุกอย่างให้กับลิเวอร์พูล เขาไม่มีเวลาให้กับภรรยาของตัวเองเลย กล่าวกันว่า  20 ปีในชีวิตแต่งกันของเขากับภรรยานั้น ได้ไปเที่ยวด้วยกันแค่ 2 ครั้งเท่านั้น ! และเป็นการเที่ยวที่ทะเล ใกล้ๆ ที่เมืองแบล็คพลู เปรียบให้เห็นภาพก็คือ กรุงเทพ – ชลบุรี แค่นี้เอง

เท่านั้นยังไม่พอนะครับ เหตุการณ์ต่อมาน่าสะเทือนใจกว่านั้นมาก กล่าวคือ ครั้งหนึ่งแชงลีย์เตรียมทีม รับมือกับอาเซ่น่อลที่ ทรงบอลของไอ้ปืนโตมีลุ้นแชมป์คู่กับลิเวอร์พูลเหมือนกันในฤดูกาลนั้น
 

เขากับทีมงานวิเคราะห์หาจุดอ่อน จุดแข็งของคู่ต่อสู้อย่างหนักหน่วง แล้ววันแข่งจริงก็มาถึง แต่แชงลีย์นำทัพลิเวอร์พุลไปสู่ความปราชัย !

แชงลีย์เรียกประชุมทันที เขาถกกับทีมงานกันจนดึกจนดื่น วางแผนว่าจะทำอย่างไรกับเกมถัดๆ ไป และค้นหาจุดผิดพลาดในความพ่ายแพ้ของพวกเขา

ดึกสงัดแชงลีย์กับทีมงานแยกกัน เพราะสต๊าฟหมดพลังงานจะวิเคราะห์เกม เพราะเหนื่อยล้าจากการแข่งมาทั้งวัน แชงลีย์กลับบ้านด้วยอารมณ์หงุดหงิด แต่สิ่งที่เขาพบเมื่อเปิดประตูเข้าบ้าน กลับไม่ใช่ภรรยาที่รอต้อนรับเขาด้วย น้ำเปล่าหรืออ้อมกอด
 

สิ่งที่แชงลีย์เห็นคือภาพภรรยาของแชงลีย์นอนหมดสติ อยู่ภายในบ้าน เหงื่อเม็ดโป้งๆ ระเรื่ออยู่เต็มหน้าของหล่อน !

แชงลีย์เรียกรถพยาบาล ระหว่างทางเขากุมมือภรรยาแน่นที่สุดในชีวิต กระทั่งหล่อนได้สติ เขาก็ได้ทราบความจริงจากปากหล่อนว่า หล่อนจงใจปกปิดอาการป่วยที่มีมาสักระยะหนึ่ง เพราะต้องการให้ แชงลีย์มีสมาธิกับการเตรียมทีมรับมือกับ คู่ต่อสู้ที่สามารถแย่งแชมป์กับลิเวอร์พูลได้

“เราชนะหรือเปล่าคะ” หล่อนถาม

“ไม่จ้ะ เราแพ้ 2 – 0” แชงลีย์พ่ายแพ้ทั้งในเกมฟุตบอลและเกือบจะแพ้ในฐานะสามีอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ด้วยเลือดนักสู้ในตัวแชงลีย์นั้นมีความมหัศจรรย์มาก เขาแปรเปลี่ยนความเจ็บช้ำในใจให้กลายเป็นพลังใจที่ต้องฝ่าฟัน ในฤดูกาลนั้น แชงลีย์คว้าแชมป์ลีคมาครองได้สำเร็จ (ปีนั้นคือปี 1972-73)

ฝีปากกล้าของแชงลีย์

นอกจากความทุ่มเทให้กับงานของแชงลีย์แล้ว ผู้จัดการทีมคนนี้ยังมี ‘ฝีไม้ลายปาก’ ที่ไม่เป็น 2 รองใครอีกด้วย กล่าวกันว่า ถ้าจะเอามูรินโญ่มาวัดสกิลปากกับแชงลีย์แล้ว คำพูดของจ่ามูจะกลายเป็นเด็กไปในทันที

แชงลีย์มีประโยคอมตะๆ มากมาย ผมขอหยิบยกมากให้คุณผู้อ่านได้ฮาเล่นๆ กันสัก 2 – 3 ประโยค นะครับ

แชงลีย์เคยกล่าวเอาไว้ว่า

“ตามกติกาแล้ว ฟุตบอลเตะกันแค่ 90 นาที แต่เด็กๆ ของผมสามารถเล่นได้ 180 นาทีอ่ะครับ”

“เมืองลิเวอร์พูลมีทีมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ อยู่แค่ 2 ทีมเท่านั้นครับ 1.คือลิเวอร์พูล และ 2.คือทีมสำรองของลิเวอร์พูลอีกที”
 

“ถ้าคุณเป็นที่ 1 ทุกคนก็จะมองคุณว่าเป็นที่ 1 แต่ถ้าคุณจะเป็นที่ 2 มันจะไม่มีความหมายอะไรเลย”

ความสำเร็จของแชงลีย์กับลิเวอร์พูล

แชงลีย์นำลิเวอร์พุลไปสู่ดาวค้างฟ้า เขาพาสโมสรแห่งนี้เลื่อนตำแหน่งจาก ดิวิชั่น 2 ขึ้นไปสู่ดิวิชั่นหนึ่ง จากนั้นก็คว้าแชมป์ลีคดิวิชั่นหนึ่ง ได้ทั้งหมด 4 ครั้ง ชนะเลิศเอฟเอคัพ 2 สมัย เอฟเอคอมมูนิตี้ชิลล์อีก 4 สมัย ยูฟ่าซุเปอร์คัพอีก 1 สมัย

แต่ลาเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา

แชงลีย์ประกาศอำลาสโมสร ในปี 1974 ภรรยาของแชงลีย์ออกมาให้สัมภาษณ์ในเวลาต่อมาว่า สาเหตุที่แชงลีย์ทำเช่นนั้น เพราะเขาอยากมีเวลาให้กับหล่อน มีนักข่าวหลายสำนักออกมาวิเคราะห์กันว่าสาเหตุหลักๆ น่าจะเป็น เรื่องที่แชงลีย์ทำงานจนภรรยาล้มป่วยหนัก

แต่ไม่ว่าสาเหตุนั้นจะเป็นอะไร การจากไปของพ่อผู้นี้นอกจากจะส่งลิเวอร์พูลสู่ความสำเร็จแล้ว เขายังส่งไม้ต่อไปยัง บ้อบ เพลสลี่ย์ ‘ผู้ที่จะนำลิเวอร์พูลไปสู่ความยิ่งใหญ่’ ในเวลาต่อมา

ถ้าใครสักคนถามขึ้นมาว่า แชงลีย์สำคัญกับลิเวอร์พูลขนาดไหน ? ก็ตอบได้เพียงว่า หน้าสนามแข่งขันของลิเวอร์พูลมีรูปปั้นชายคนนี้ ตั้งตระหง่านอยู่ !

รูปปั้นของแชงลีย์หน้าแอนฟิวด์

เนื้อหาจาก   ihuamoss.com/2018/12/05/father-of-liverpool/