free
hit counter

ย้อน 7 เหตุการณ์ดราม่าชปล.ซีซั่นนี้ เปิดสถิติสุดเดือด "หงส์-ไก่" นัดชิง

วันพฤหัส 9 พฤษภาคม 2562 (อ่าน 2,103 ครั้ง)

 

ย้อน 7 เหตุการณ์สุดดราม่าแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลนี้ พร้อมกับเปิดสถิติคู่ชิงชนะเลิศระหว่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล พบกับ "ไก่เดือยทอง" ทอตแนม ฮอตสเปอร์ส...


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 8 พ.ค. ว่า การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2018/19 เดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศแล้ว แต่ก่อนจะมาถึงรอบชิงชนะเลิศต่างมีเหตุการณ์สุดดราม่าเข้มข้นมากมายจะมีนัดไหนบ้างไปดูกัน


รอบ 16 ทีมเลกแรก ชาลเก 2-3 แมนเชสเตอร์ ซิตี้


ชาลเก ทำท่าจะได้เปรียบในเลกแรกหลังจากออกนำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1 แถมนิโคลัส โอตาเมนดี มาโดนใบแดงนาทีที่ 68 แต่เรือใบสีฟ้าไม่ยอมแพ้มาได้สองลูกรวดในนาทีที่ 85 จากเลรอย ซาเน และ ราฮีม สเตอร์ลิง ชวดทดเจ็บบุกไปเอาชนะชาลเกทั้งที่ตัวน้อยกว่าเฉยเลย 3-2 ก่อนจะกลับมาเล่นเลกสองในบ้านถล่ม 7-0 เข้ารอบพูลสวัสดิ์ 10-2


รอบ 16 ทีมเลกสอง ยูเวนตุส 3-0 แอตเลติโก มาดริด


บทส่งให้ คริสเตียโน โรนัลโด ประกาศศักดาในแชมเปียนส์ลีกอีกครั้ง เมื่อเขาซัดแฮตทริกดราม่าพายูเวนตุสจากที่แพ้แอตเลติโก มาดริด ในเลกแรก 0-2 กลับมาชนะ 3-0 แบบเหลือเชื่อและประตูที่สามมาจากลูกจุดโทษที่เกิดขึ้นก่อนหมดเวลา 4 นาทีด้วย


รอบ 16 ทีมเลกสอง เปแอสเช 1-3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


แฟนผีแดงทำใจก่อนเกมแล้วเมื่อพวกเขาแพ้ในบ้าน 0-2 แถมตัวหลักเจ็บในเลกสองถึง 8 คนแต่พวกเขาก็สร้างปาฏิหาริย์ผ่านเข้ารอบหลังบุกมาชนะ 3-1 และประตูที่สามเกิดขึ้นในช่วงทดเจ็บจากลูกจุดโทษของ มาร์คัส แรชฟอร์ด โกงความตายจริงๆ


รอบ 16 ทีมเลกสอง เรอัล มาดริด 1-4 อาแจกซ์


หลังจบเลกแรกหลายคนกาชื่อ อาแจกซ์ ในสารบบแชมเปียนส์ลีกแล้วหลังแพ้คาบ้านต่อแชมป์เก่าเรอัล มาดริด 1-2 แต่เลกสองพวกเขากลับฮึดบุกมาถล่มราชันชุดขาวคาบ้านถึง 4-1 พร้อมกับเขี่ยแชมป์เก่าตกรอบแบบชอกช้ำ


รอบ 8 ทีมเลกสอง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4-3 สเปอร์ส


เกมสุดดราม่าสเปอร์สเอาชนะเรือใบสีฟ้ามาก่อนในเลกแรก 1-0 แต่เรือใบมีโอกาสผ่านเข้ารอบหลังจากขึ้นนำในเลกสอง 4-2 ทว่า เฟร์นันโด ยอเรนเต มาใช้สะโพกยิงตีไข่แตก 3-4 หนำซ้ำในช่วงทดเจ็บ ราฮีม สเตอร์ลิง ยิงเข้าไปแล้วแต่ผู้ตัดสินดู VAR พร้อมกับยกเป็นลูกล้ำหน้าไม่ให้ประตูทำให้ สเปอร์ส เข้ารอบด้วยกฎอเวย์โกลสุดเหลือเชื่อ


รอบรองชนะเลิศเลกสอง ลิเวอร์พูล 4-0 บาร์เซโลนา


ไม่มีใครเชื่อแน่ๆว่าหงส์แดงจะทำปรากฎการณ์ครั้งนี้ได้หลังจากเลกแรกบุกไปพ่ายเต็ง 1 รายการนี้ถึง 0-3 แต่เลกสองพวกเขาทำได้ทั้งที่ไม่มีสองแข้งตัวเก่งอย่าง โรแบร์โต เฟอร์มิโน และ โม ซาลาห์ แต่พวกเขาก็สร้างปาฎิหาริย์ถล่มบาร์ซาถึง 4-0 พร้อมกับผ่านเข้ารอบชิงสุดยิ่งใหญ่ด้วยสกอร์รวม 4-3


รอบรองชนะเลิศเลกสอง อาแจกซ์ 2-3 สเปอร์ส


โคตรจะดราม่าสุดๆ สเปอร์ส แพ้คาบ้านตัวเองในเลกแรก 0-1 หนำซ้ำเลกสองครึ่งแรกพวกเขาก็ตามหลังอาแจกซ์ 0-2 ทำให้สกอร์รวมตามหลัง 0-3 แต่ลูคัส มูรา ก็ซัดแฮตทริกรวมถึงประตูชัยในนาทีที่ 90+6 พาทีมแซงทางโค้งชนะ 3-2 พร้อมกับผ่านเข้ารอบชิงด้วยกฎอเวย์โกล 3-3 แบบเหลือเชื่อ


ส่วนรอบชิงชนะเลิศสถิติการเจอกันของ ลิเวอร์พูล กับ สเปอร์ส มีดังต่อไปนี้


เจอกันทั้งหมด 172 นัด ลิเวอร์พูล เอาชนะได้ถึง 82 นัด เสมอ 42 นัด และ สเปอร์ส เอาชนะไป 48 นัด


โดยคู่นี้เคยแข่งในบอลยุโรปสองนัด ลิเวอร์พูล ชนะ 1 สเปอร์สชนะ 1 ซึ่งต้องย้อนไปถึงปี 1973 เลยทีเดียว

เนื้อหาจาก   www.thairath.co.th/sport/eurofootball/eufa/1563843