free
hit counter

ไทย 2-2 มาเลเซีย : 5 ประเด็นร้อนหลัง ช้างศึก ตกรอบด้วยอเวย์โกล

วันพฤหัส 6 ธันวาคม 2561 (อ่าน 2,336 ครั้ง)

 

5. ทั้งคู่เริ่มต้นด้วยความไม่ประมาท


แม้จะมีรอบชิงชนะเลิศเป็นเดิมพัน และการเสมอกัน 0-0 ไม่ได้ช่วยให้ทีมใดทีมนึงเข้ารอบ แต่ทั้งเจ้าบ้านและผู้มาเยือนต่างเล่นกกันด้วยความไม่ประมาท เน้นตั้งรับ และคอยจังหวะสวนกลับที่ได้ลุ้นเท่านั้น นอกนั้นพวกเขาเน้นครองบอลไปมาและคอยหาจังหวะโยนยาวมากกว่า


เป็นไปตามคาด เพราะแม้ว่า ไทย จะได้เล่นในบ้านของตัวเอง แต่ มิโลวาน ราเยวัช ก็ยังคงเน้นเกมรับต่อไป และแม้ว่าพวกเขาจะพยายามโยนยาวกันมากขึ้น แต่สุดท้ายก็ทิ้งตัวรุกไว้ข้างหน้าเพียง 1-2 คนเท่านั้น ด้านผู้มาเยือนที่เกมที่แล้วมีเกมรุกริมเส้นที่จัดจ้าน ทว่าในนัดนี้พวกเขากลับทำอะไรไม่ได้มากนัก 


เกมทั้ง 2 ฝั่งต่างพยายามโยนบอลเข้าใส่กัน แต่ดูไม่แม่นเป้ากันเลย และนั่นทำให้เวลาล่วงเลยไปกว่า 20 นาที ทั้ง 2 ฝั่งก็เพิ่งจะมีลุ้นทำประตูแค่ทีมละครั้งเท่านั้น ก่อนที่ประตูขึ้นนำของ ไทย จะทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายเดินหน้าแลกกันมากขึ้น

4. อดิศักดิ์ โดนจับตาย


เป็นอีก 1 เกมที่ศูนย์หน้าอันดับ 1 ของทีมชาติ ไทย เล่นงานคู่แข่งอย่างยากลำบาก เมื่อเขาโดนแนวรับ มาเลเซีย ตามประกบอย่างน้อย 2 คนขึ้นไป และนั่นทำให้เจ้าตัวแทบไม่ได้ทำอะไรเลยในเกมนี้


ครึ่งแรก อดิศักดิ์ มีโอกาสเพียงครั้งเดียวเท่านั้นจากการวอลเลย์ในเขตโทษแต่ไม่ตรงกรอบ ส่วนในครึ่งกหลัง เขาต้องรอโอกาสส้มหล่นจากลูกฟรีคิก แต่การใช้อกสะท้อนบอลของเขาทำได้เพียงแค่ชนคาน ก่อนจะกลายเป็นแอสซิสต์ให้ พรรษา แบบงง ๆ แถมยังกลายมาเป็นผู้ร้ายท้ายเกม เมื่อซัดลูกจุดโทาข้ามคานแบบน่าเขกกระโหลก

3. ดราม่าท้ายเกม


ดราม่าแล้ว ดราม่าอีก เมื่อทีมชาติ ไทย ทำท่าจะตกรอบอยู่รอมร่อ จนกระทั่งมาได้จุดโทษในนาทีที่ 94 จากการทำแฮนด์บอลของ เซียฮ์มี ซาฟารี ในเขตโทษ ซึ่งนอกจากจะเสียจุดโทษแล้ว เขายังโดนใบเหลืองที่ 2 กลายเป็นใบแดง โดนไล่ออกจากสนามไปด้วย


อย่างไรก็ตาม ไทย เองกลับเป็นฝ่ายที่น้ำตานองหน้า เมื่อ อดิศักดิ์ ไกรษร ยิงลูกโทษข้ามคานออกไปแบบไม่น่าเชื่อ ทำให้พวกเขาจบเกมด้วยการเสมอกัน 2-2 และเป็น มาเลเซีย ที่ได้ประโยชน์จากกฎอเวย์โกล กระโดดเข้ารอบต่อไปสำเร็จ


ถือเป็นฝันร้ายสำหรับดาวซัลโวทีมชาติ ไทย และว่าที่ดาวซัลโซของรายการปีนี้ เมื่อเขาอดดำิ่มสถิติเป็น 9 ลูก และยังเปลี่ยนจากฮีโร่จอมถล่มประตูกลายเป็นผู้ร้านทำทีมตกรอบไปด้วย

2. คุมตัวประกบไม่ดี ปัญหาเกมรับของทีมชาติ ไทย


แม้ว่าจะยิงประตูคู่แข่งได้จากลูกเซ็ตพีซสไตล์ถนัด แต่การเสีย 2 ประตูในเกมนี้ทำให้พวกเขาต้องตกรอบไปโดยปริยาย หลังเกมแรกกลับไม่สามารรถเจาะตาข่ายคู่แข่งได้เลยที่บ้านของ มาเลเซีย และเมื่อพิจารณาถึงจังหวะเสียประตูแล้ว พวกเขาโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเอง 


เป็นอีก 1 เกมที่ทีมชาติ ไทย ตั้งเกมรับได้อย่างยอดเยี่ยม และโดนคู่แข่งสร้างโอกาสยิงไปเพียง 7 ครั้งเท่านั้น แต่สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือ มาเลเซีย ได้ 2 ประตูจากการยิงเข้ากรอบเพียง 3 ครั้งเท่านั้น และทั้ง 2 ประตูก็เกิดจากปัญหาเดียวกัน ก็คือการประกบตัวช้าของ ไทย


ใจรักจะเล่นเกมรับก็ไม่มีใครว่า หากพวกเขาทำได้ดีพอ แต่ปัญหาคือนักเตะ ไทย หลาย ๆ จังหวะไม่ค่อยวิ่งตามประกบคู่แข่งเท่าไหร่ เช่นลูกแรกที่พวกเขาเสียประตูให้ เซียฮ์มี ซาฟารี คนที่ควรโดนตำหนิก็คือ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ เพราะเมื่อดูจากภาพช้า เราจะเห็นเขาวิ่งเหยาะ ๆ อยู่ข้างหลัง และทั้ง ๆ ที่รู้ว่า กรกช ปิดมุมไม่มิด เจ้าตัวก็ยังคงวิ่งเหยาะ ๆ ต่อไปจนกระทั่งเสียประตู


จังหวะที่เสียประตูที่ 2 ก็คล้าย ๆ กัน เมื่อ เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว ที่ควรจะตามประกบติด นอฮ์ชารูล เข้าเขตโทษ อยู่ดี ๆ ดันทิ้งตัวประกบไปหน้าตาเฉย และเมื่อเขาพยายามจะตามไปสกัด นอฮ์ชารูล ทีหลัง มันก็ช้าเกินไปแล้ว นอกจากนี้จังหวะดังกล่าวยังต้องตั้งคำถามต่อ พรรษา เหมวิบูลย์ ด้วยว่าเขาปล่อยบอลผ่านหน้าไปได้อย่างไร ทั้งที่แค่แหย่ขาออกมานิดเดียวก็สกัดได้แล้ว


ทั้ง 2 จังหวะเป็น 1 ในหลาย ๆ ครั้งเท่านั้นที่ ไทย ไม่ค่อยกระตือรือร้นเรื่องการประกบตัว โดยเฉพาะ ธนบูรณ์ ที่มีปัญหานี้แทบทุกนัด การวิ่งเหยาะ ๆ เมื่อบอลผ่านหน้าเขาไปทำให้บางครั้งก็ชวนสงสัยไม่ได้ว่า ไทย พยายามเล่นเกมรับกันจริง ๆ จัง ๆ หรือเปล่า และบางครั้งเมื่อเพื่อนร่วมทีมโดนบีบและจวนจะเสียบอล แทนที่จะวิ่งเข้าไปช่วยกัน พวกเขากลับดูเพื่อนร่วมทีมเสียบอลกันหน้าตาเฉยเสียอย่างนั้น


เป็นอีก 1 เรื่องที่ มิโลวาน ราเยวัช ต้องแก้ไขภายในระยะเวลาไม่กี่วันก่อนศึก เอเอฟซี เอเชียนคัพ 2019 จะเริ่มขึ้นในเดือนมกราคมนี้ ซึ่งดูแล้วทางสมาคมฯ คงไม่รีบแยกทางกับเขาแน่ แต่ถ้าผลงานยังไม่ดีอีกก็ไม่น่ารอดหลังเดือนมกราคมนี้แหละ

1. โอกาสของ มาเลเซีย


เชื่อว่าพวกเขาบางคนน่าจะถอดใจไปแล้วหลังรู้ว่าตัวเองเสียจุดโทาในนาทีสุดท้าย แถมนายทวาร ฟาริซัล ยังหลงกด อดิศักดิ์ ด้วยการล้มตัวไปก่อนด้วย แจ่เมื่อบอลของ อดิศักดิ์ ข้ามคานออกไป พวกเขาก็ได้เฮสุดสนาม


ชัยชนะครั้งนี้ทำให้พวกเขาได้โอกาสเข้าไปชิงชนะเลิศเป็นครั้งที่ 4 ของรายการ ซึ่งครั้งล่าสุด เกิดเมื่อ 4 ปีที่แล้วที่พวกเขาแพ้ให้ ไทย ด้วยสกอร์รวม 4-3 ส่วนอีก 2 ครั้งก่อหน้า พวกเขาก็ได้แชมป์เพียงสมัยเดียวเท่านั้นในการชนะ อินโดนีเซีย 4-2 เมื่อปี 2010


ไม่ว่าคู่ชิงเป็น เวียดนาม หรือ ฟิลิปปินส์ ทั้ง 2 ฝ่ายจะได้เจอกันเป็นครั้งแรกในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งพวกเขาต่างมีโอกาสที่จะคว้าชัยได้ทั้งหมด แต่สำหรับ มาเลเซีย แล้ว พวกเขาคงอยากเจอ ฟิลิปปินส์ มากกว่า เวียดนาม เนื่องจากเพิ่งแพ้มาในรอบแบ่งกลุ่มนั่นเอง

เนื้อหาจาก   www.90min.com/th/posts/6239685